incomen.com
พฤษภาคม 25, 2013, 04:49:32 pm *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
ข่าว: ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่บอร์ด incomen.com
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อาการของวัณโรคและการรักษาวัณโรค  (อ่าน 281961 ครั้ง)
oneplus
มองได้แต่อย่าชอบ
Lead Global Moderator
สมาชิก 2 ดาว
*****
เพศ: ชาย
กระทู้: 190


มองได้แต่อย่าชอบ


เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 06, 2009, 07:56:02 pm »

    วัณโรค ซึ่งเป็นแบคทีเรียชื่อ  ไมโครแบคทีเรียมทูเบอร์คูโลซิส  บางครั้งเรียกว่า  เชื้อเอเอฟบี เป็นโรคติดต่อที่เรื้อรัง และเป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย เช่น ที่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก เยื่อหุ้มสมอง ปอด แต่วัณโรคที่เป็นกันมากและเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอยู่ในขณะนี้ก็คือ วัณโรคปอด มักพบในคนแก่คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน เช่น หวัด หัด ไอกรน พวกติดยาและโรคเอดส์และในคนที่ตรากตรำทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ขาดอาหาร ดื่มเหล้าจัด หรือในคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรค เช่น นอนห้องเดียวกัน หรืออยู่บ้านเดียวกัน

    

    

    การติดต่อ

    

    ผู้ป่วยวัณโรค จะมีเชื้อโรคอยู่ในปอด เมื่อผู้ป่วย ไอจาม เชื่อจะออกมากับละออง เสมหะหรือน้ำลายนั้น เสมหะที่ตกสู่พื้นดินถ้าถูกแสงแดดส่องนาน ๆ เข้า เชื้อจะตายไปเอง ส่วนละอองเล็ก ๆ จะลอยอยู่ในอากาศได้เป็นเวลานาน ๆ หากผู้ใกล้ชิดสูดหายใจเข้าไป เชื้อวัณโรคจะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้ แต่ผู้ที่ได้รับเชื้อแล้ว บางคนก็ยังไม่ป่วยเป็นวัณโรคเลยทีเดียว แต่จะเป็นพาหะนำโรคแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่นได้

    

    อาการของวัณโรค
          ผู้ติดเชื้อวัณโรคปอดมักจะค่อย ๆ  ป่วยด้วยอาการของวัณโรคปอดดังต่อไปนี้
    * มีอาการอ่อนเพลีย
    * บางครั้งอาจะมีมีอาการเบื่ออาหาร  และมีน้ำหนักลด
    * อาจมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว  หรือเป็นไข้ต่ำ ๆ  ตอนบาย
    * มีเหงื่อออกตอนกลางคืน
    * มีอาการไอ  โดยระยะแรก ๆ  ไอแห้ง ๆ  ต่อมาจึงมีเสมหะ  และไอมากเวลาเข้านอน  หรือตื่นนอนตอนเช้า  หรือหลังอาหาร  ทั่งนี้  อาการไอจะเรื้อรังเป็ฯแรมเดือน  แต่บางคนอาจไม่มีอาการไดเลยก็ได้
    * ผู้ป่วยอาจรู้สึกแน่นหรือเจ็บหน้าอกโดยที่ไม่มีอาการไอ
    * ในรายที่เป็นมาก  อาจจะมีอาการหอบหรือไอเป็นเลือดก้อนแดง ๆ  หรือดำ ๆ  แต่น้อยรายที่จะมีเลือดออกมากถึงกับช็อก
    * ในรายที่เป็นน้อย ๆ  อาจไม่มีอาการอะไรเลย  และมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการเห็นจุดในปอดบนภาพถ่ายเอกซเรย์
    * ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการเป็นไข้นานเป็นแรมเดือน  โดยไม่รู้สาเหตุ
    * ในกรณีที่เกิดในเด็ก  อาการมักจะรุนแรงกว่าผู้ใหญ่  เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกัน

สุดอันตราย..!! วัณโรคพันธุ์ใหม่
    วัณโรคสายพันธุ์เอ็กซ์ดีอาร์ทีบีแทรกซ้อนจำนวน 53 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 52 ราย ภายในเวลา 16 วัน ส่วนคนปกติที่ป่วยด้วยวัณโรคสายพันธุ์ใหม่จะเสียชีวิตร้อยละ 50 ส่วนที่มีชีวิตอยู่จะพิการ เพราะเชื้อโรคเข้าไปทำลายปอดจนบางครั้งทำให้เสียปอดไปหนึ่งข้าง และจะทรมานจากการหายใจ

การรักษา

    ผู้ป่วยวัณโรคที่ไม่ได้รักษาจะมีอัตราการตาย ร้อยละ 40-60 ปัจจุบันมีวิธีการรักษาวัณโรคระยะสั้น โดยการให้ยารักษาควบคู่กันไปหลายขนาน หากรักษาครบกำหนดจะมีอัตราหายร้อยละ 90 การรักษาจะใช้ร่วมกันหลายชนิดโดยให้ INH,Rifampicine 6 เดือน และให้ Ethambutal,pyracinamide 2 เดือนแรก ผู้ป่วยที่มีรายได้น้อยก็สามารถไปรักษาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ที่โรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยของรัฐเมื่อรักษาไป 2-3 สัปดาห์ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นอย่าตัดสินใจหยุดยาเองเป็นอันขาด การกินยาไม่สม่ำเสมอ หรือหยุดยาก่อนกำหนดจะทำให้เชื้อโรคดื้อยา   การรักษาวัณโรคที่ดื้อยา ผู้ป่วยจะแพร่เชื้อดื้อยาไปสู่ผู้อื่น จะต้องใช้ยา 18-24 เดือนโดยใช้ยาที่เชื้อไม่ดื้อยาอย่างน้อย3 ชนิด

วัณโรคเป็นโรคที่รักษาให้หายได้แน่นอน ใช้ระยะเวลาเพียง 6 – 8 เดือนเท่านั้น แต่ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ดังนี้

         1. กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนด (ไม่ลดหรือเพิ่มขนาดของยาเอง)
         2. มาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
         3. อย่าหยุดกินยาเองเป็นอันขาด เพราะอาจทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยาได้
         4. สามารถกินยารักษาวัณโรคร่วมกับยารักษาโรคอื่นได้
         5. กินอาหารได้ตามปกติ
         6. ควรงดเหล้า บุหรี่ และยาเสพติด

* วัณโรครักษาด้วยยาได้ แต่การให้กำลังใจไม่ทอดทิ้ง สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด *

จะไปรับการตรวจรักษาวัณโรคได้ที่ใด?
    ตามพรบ.ประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาท รักษาทุกโรค ท่านสามารถนำบัตร 30 บาทรักษาทุกโรคไปรับบริการตรวจหาวัณโรคได้ที่สถานบริการสาธารณสุขทุกแห่งใกล้บ้านท่าน

ใส่ใจตนเองสักนิด ไอเกิน 3 อาทิตย์ มีสิทธิ์เป็นวัณโรคปอด

ยาที่ใช้รักษา


ผู้ที่ป่วยด้วยวัณโรคปอดจะได้รับยาต้านวัณโรค ซึ่งมักจะประกอบด้วยตัวยาดังนี้

ไรแฟมพิซิน
ไอโซไนอะซิด
อีแธมบูธอล
ไพราซินาไมด์

   นอกจากนั้นอาจได้รับไพริด๊อกซิน หรือวิตามิน บี 6 หรือวิตามิน บี 1 – 6 –12 ร่วมกับยาดังกล่าว เพราะผู้ที่ป่วยด้วยเชื้อวัณโรคจะขาดวิตามินดังกล่าว ซึ่งต้องใช้ร่วมกันกับยารักษาวัณโรค ตามที่ได้รับคำแนะนำ

วัณโรคปอด หรือ ทีบี เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ต้องได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง ยารักษาวัณโรคจะออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อ หรือป้องกันการแบ่งตัวของเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดวัณโรคมีการแบ่งตัวช้า และระยะฟักตัวของเชื้อในร่างกายกินเวลานาน ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้จะได้รับยาเป็นระยะเวลา ตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 24 เดือน แล้วแต่สูตรยา

ผลของยารักษาวัณโรคปอดต่อร่างกาย

    ผู้ป่วยส่วนมากจะสามารถใช้ยาต้านวัณโรคได้โดยไม่มีปัญหา บางรายอาจไม่รู้สึกสบายในท้อง จากผลข้างเคียงของยาบางชนิด อาการข้างเคียงที่มักจะพบได้บ่อยในยาต้านวัณโรค คือ
ยา
   
อาการข้างเคียงและวิธีรับประทานที่ถูกต้อง

ไรแฟมพิซิน ( Rifampicin ) ปัสสาวะ น้ำตา เหงื่อ และ อุจจาระอาจเป็นสีส้ม – แดง โดยไม่มีอันตรายใด ๆ รับประทานก่อนอาหาร 30 นาที ยกเว้นเมื่อมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้รับประทานร่วมกับอาหาร

ไอโซไนอะซิด ( Isoniazid , INH ) ผื่นไข้ หรืออาการแพ้อื่น ๆ อาจทำให้ระดับวิตามิน บี 6 ลดลง ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้รู้สึก ชา ปวดแสบปวดร้อน รู้สึกเหมือนผิวไหม้ที่บริเวณมือเท้า ( * ควรแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ )  เกิดสิวอักเสบ รับประทานก่อนอาหาร 30 นาที ยกเว้นเมื่อรู้สึกไม่สบายในท้อง

อีแธมบูธอล ( Ethambutol ) หากรับประทานขนาดสูงเป็นเวลานานจะเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน มึน มองภาพเห็นซ้อน ผื่น ปวดตา ( * ควรแจ้งให้แพทย์ผู้รักษาทราบ ) รับประทานร่วมกับอาหาร

ไพราซินาไมด์ ( Pyrazinamide ) เป็นไข้ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานร่วมกับอาหาร

สเตร็บโตมัยซิน ( Streptomycin ) ผื่น วิธีใช้ ฉีดเข้ากล้าม

สูตรการรักษาวัณโรคในปัจจุบัน
• การรักษาวัณโรคปัจจุบันประกอบด้วยยา 4 ชนิด คือ
ไรแฟมพิซิน (rifampicin ;R) ไอโซไนอะซิด(isoniazid ;H) ไพราซ-ินาไมด์ (pyrazinamide ;Z) และ อีแทมบูทอล (ethambutol ;E) หรือ สะเต็บโตไมซิน(streptomycin ;S) ร่วมกันในช่วง 2 เดือนแรก ตามด้วยยา 2 หรือ 3 ตัวในระยะ 4 เดือนถัดมา
แต่สำหรับผู้ที่มีแผลในโพรงปอด และเพาะเชื้อจากเสมหะยังพบเชื้อวัณโรค หลังจากได้รับการรักษาไปแล้ว 2 เดือน จะต้องยืดระยะเวลาในการรักษาเพิ่มเป็น 9 เดือน

ยาสมุนไพร
    ยารักษาวัณโรค สูตรหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
    ส่วนผสมของตัวยา
    แก่นขี้เหล็กสับเป็นชิ้น 1 กำมือ
    แก่นแสมสารสับเป็นชิ้น 1 กำมือ
    แก่นขนุนสับเป็นชิ้น 1 กำมือ
    แก่นไม้สักสับเป็นชิ้น 1 กำมือ
    แก่นลั่นทมสับเป็นชิ้น 1 กำมือ
    ยาดำ หนัก 1 บาท
    ก้านสะเดา 33 ก้าน
    ฝักราชพฤกษ์ 3 ฝัก
    ขมิ้นอ้อย 7 แว่น
    (ให้ลงด้วยพระเจ้า 5 พระองค์ ทั้ง 7 แว่น)
    วิธีปรุงยา
    เอาสมุนไหรทั้งหมดใส่ลงไปในหม้อดิน สำหรับต้มยาใส่น้ำสะอาดลงไปให้พอท่วม เสกด้วยพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณ กำกับรสม 108 จบ ต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ ให้เดือดอ่อนๆ ประมาณ 20 นาที

ขนาดรับประทาน
รินเอาน้ำมาดื่มครั้งละครึ่งถ้วยแกง วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร ทุกๆวัน

สรรพคุณ
รักษาวัณโรคได้ชะงัดนัก มีผู้หายจากโรคนี้มาแล้วมากมาย
 คารวะ

กรณีศึกษาจากผู้ที่เคยเป็น
    ปัจจุบันทานยาต้านวัณโรคอยู่ ได้แก่ Rifampicin 450 mg, Isoniazid[INH] 100mg, Pyrazinamide [PZA] 500 mg,Ethambutol 400 mg, VitaminB6 50mg
    ตอนเดือนแรก รู้สึกแย่มาก ทำงานไม่ไหว มีอาการผิวหนังบวมขึ้นมาเป็นเม็ดๆ สีม่วง(สีเหมือนฟกช้ำ) ที่ขาส่วนที่ใบหน้า มีสิวเม็ดใหญ่ๆ ขึ้น เจ็บไปทั้งหน้าเลย เป็นไข้ทั้งวัน มีอาการหนาวสั่น หนาวจนเกือบเข้ากระดูกความดันต่ำมาก จนเหมือนโลกหมุนทำให้คลื่นไส้ เคลื่อนไหวไม่ได้เพราะหัวจะหมุนตลอดเวลาจนอยากจะอาเจียนถึงขนาดต้องคลานเข้าห้องน้ำ สมองเบลอมากๆ จดจำสิ่งต่างๆ ได้ไม่เกิน 1 นาทีหลังจากนั้นก็จะจำไม่ได้ว่าเมื่อกี๊เรากำลังทำอะไร (ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน) ตอนกลางคืน ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยมาก บางคืนเป็น 10 ครั้ง ทำให้นอนหลับไม่ต่อเนื่อง และหลับไม่สนิทตื่นนอนตอนเช้าก็จะปวดหัว ไม่สดชื่นเลย หน้าตาอิดโรยมาก บางวันตื่นเช้ามา เหงื่อออกจนเปียกโชกเลย รู้สึกร้อนวูบวาบตามตัว เหนื่อยง่าย ใจสั่น แค่หายใจยังเหนื่อยเลย เบื่ออาหาร ทานอะไรก็ขมคอไปหมดช่วงกลางวัน เฉลี่ยแล้ว ปัสสาวะเป็น 10 ครั้งภายในแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง สายตาแย่ลง ปวดเบ้าตามาก มองที่มัวๆหรือที่มืดไม่ชัดเจนไม่สามารถบอกได้ว่าสถานที่ตรงนั้นเป็นพื้นราบหรือเป็นหลุมลึกลงไปเวลาเดิน ร่างกายไร้ความรู้สึก(เหมือนสมองกับอวัยวะทำงานไม่ประสานกัน) เดินไปตามความเคยชินมีความผิดปกติที่ระบบสืบพันธุ์ด้วย ในขณะนั้น ตกใจมาก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราพยายามเข้าใจธรรมชาติของสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราไม่ได้คิดฟุ้งซ่าน แต่อาการเป็นอย่างที่เล่ามาจริงๆ ดีตรงที่ไม่มีอาการไอ คุณหมอบอกว่ายังไม่สามารถแพร่เชื้อให้ใครได้

อาการที่ว่ามานี้เป็นหนักมากจำเป็นต้องเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงโดยการรับประทาน
    1. วิตามินบีและซี ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ช่วยรักษาสภาพผิวหนังให้เป็นปกติ ทำงานร่วมกับการสร้างโปรตีน
    2. เลซิตินเข้มข้นชนิดเม็ดช่วยเรื่องระบบประสาท
    3. โปรตีนสกัดเข้มข้นเพื่อช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เสริมสร้างระบบภูมิต้านทาน ( เจาะจงยี่ห้อจะให้ผลดีมาก ) ซ่อมแซมอวัยวะที่ถูกทำลายจากยา ( สำคัญมาก )
    4. น้ำมันปลาที่มี DHA และ EPA จะช่วยบำรุงระบบประสาท ( เจาะจงยี่ห้อจะให้ผลดีมาก )
    5. อาหารเสริมบำรุงสายตา ( เจาะจงยี่ห้อจะให้ผลดีมาก ) สำหรับคนที่มีอาการปวดตา ปวดหัวร้าวไปที่ท้ายทอยเนื่องจากฤทธิ์ยาอีแธมบูธอล
    6. สารอาหารเพื่อการฟื้นฟูไตจากผักโขม ( เจาะจงยี่ห้อจะให้ผลดีมาก )
    7. วิตามินเกลือแร่สกัดเข้มข้น ลดผลข้างเคียงจากยา
  
    เมื่อทานตามนี้แล้วร่างกายจะสามารถต้านทานอาการข้างเคียงจากยาได้ดีมากขึ้น ( จากประสบการณ์ตรง )

 เส้น5 เส้น5 เส้น5 เส้น5
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2012, 12:29:53 am โดย oneplus » บันทึกการเข้า
วานิช
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2009, 04:16:57 am »

ตอนนี้ หายจากวัณโรคแล้วแต่ตอนเป็นวัณโรคได้ทำลายเส้นประสาทส่วนล่างทำให้ระบบการขับถ่ายการปัสสาวะและอวัยวะเเพศใช้การไม่ได้และตอนนี้ก็เป็นหอบด้วยขอคำปรีกษาครับาั้มยาที่ทำผิวดีไหมครับเพราะตอนเป็นแพ้ยาทำให้ผิวเป็นจุดดำทั้วตัวครับ
บันทึกการเข้า
จุ๊
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 09, 2009, 01:39:25 am »

ดีใจด้วยนะคะที่รักษาหายแล้ว  แต่เราเพิ่งจาตรวจพบว่าเปน  ช่วงที่เปนอะ  รู้สึกอย่างไรบ้างคะ  ตอบส่งมางเมลได้ป่ะ                
บันทึกการเข้า
พงศ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 18, 2009, 05:38:43 am »

ต้องดูแลตัวเอง   เป็นได้3เดือนแล้ว  ท้อจังกว่าจะได้พบหมอแต่ละครั้ง แสนยากลำบาก  คนที่จะให้คำปรึกษาก็ไม่มี
 โรงบาลไรก็ไม่รู้ ตาม ยถากรรมจริงๆ
บันทึกการเข้า
สุชาติ
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 26, 2009, 03:08:28 pm »

ตอนนี้กำลังกินยารักษาวัณโรคอยู่ วันนี้เป็นวันที่ 2 แล้ว อาการของผลข้างเคียงก็คือมีไข้ตอนกลางคืน แต่ไม่มีอาการไอหรือจาม ใครพอจะทราบบ้างว่าเวลานอนหรืออยู่คนเดียวเราสามารถถอดผ้าปิดจมูกออกได้หรือเปล่าเพราะตอนนี้กลัวไปหมดทุกอย่างเลยกลัวจะนำเชื่อไปติดกับคนในครอบครัว
บันทึกการเข้า
กุ๊กกิ๊ก
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: มกราคม 27, 2010, 07:25:23 pm »

อยากทราบช่วยตอบด้วยนะคะเผอิญว่ารู้จักกับคนที่เป็นวัณโรคคะแล้วเขาไม่กินยาเลยแล้วข้าวก็ทานน้อยถึงน้อยที่สุดแล้วเขาจะอยู่ได้นานไหมเห็นเขาบอกว่าเป็นระยะแรกแต่โครตผอมเลยกระดูกหุ้มเนื้อก็ว่าได้ โอ้โห
บันทึกการเข้า
พัชรฎา
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2010, 11:19:20 pm »

 โฮโฮ  กระซิบ มีเรื่องเศร้าอยากเล่าให้ฟัง ครอบครัวของเรายากจน แม่ต้องทำงานหนัก ขายไก่ย่าง มานานหลายปี ปัจจุบันแม่อายุ 64 ปีแล้ว ทำงานไม่ไหวเพราะติดเชื้อวัณโรค เนื่องจากปอดพังจากการสูดควันจากการย่างไก่ทุกวัน
แม่ได้รับยาสำหรับการรักษาโรควัณโรคมาทานเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว แต่ผลข้างเคียงของยา คือทนข้าวไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ถ่มน้ำลายตลอดเวลา หนักลดลงมากๆ ผ่านไปแค่ 2 เดือนสภาพของแม่ ผิวดำกร้าน หนังหุ้มกระดูก เพราะกินข้าวไม่ได้
สงสารแม่มากๆ แต่ถ้าจะหยุดกินยาก็ไม่ได้เพราะจะทำให้ดื้อยา..............
มาถึงตรงนี้อยากรบกวนเพื่อนๆ แนะนำอาหารเสริม ที่ไม่แพง(เรายากจน) เพราะแม่ทานข้าวไม่ได้เลย จับมือแม่แล้วร้องไห้ทุกครั้ง  เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปร่างกายคนเราจะทนได้นานแค่ไหน  โฮโฮ โฮโฮ
บันทึกการเข้า
Desza
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2010, 01:48:27 pm »

ผมเป็นผู้ติดเชื้อวัณโรค อยากทราบว่าการไอที่มีเลือดออกมา คือ การขับของเสียออกมาจริงหรือป่าวครับ

บันทึกการเข้า
สุนทร อินทรศักดิ์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 08, 2010, 09:08:53 pm »

โฮโฮ  กระซิบ มีเรื่องเศร้าอยากเล่าให้ฟัง ครอบครัวของเรายากจน แม่ต้องทำงานหนัก ขายไก่ย่าง มานานหลายปี ปัจจุบันแม่อายุ 64 ปีแล้ว ทำงานไม่ไหวเพราะติดเชื้อวัณโรค เนื่องจากปอดพังจากการสูดควันจากการย่างไก่ทุกวัน
แม่ได้รับยาสำหรับการรักษาโรควัณโรคมาทานเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว แต่ผลข้างเคียงของยา คือทนข้าวไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ถ่มน้ำลายตลอดเวลา หนักลดลงมากๆ ผ่านไปแค่ 2 เดือนสภาพของแม่ ผิวดำกร้าน หนังหุ้มกระดูก เพราะกินข้าวไม่ได้
สงสารแม่มากๆ แต่ถ้าจะหยุดกินยาก็ไม่ได้เพราะจะทำให้ดื้อยา..............
มาถึงตรงนี้อยากรบกวนเพื่อนๆ แนะนำอาหารเสริม ที่ไม่แพง(เรายากจน) เพราะแม่ทานข้าวไม่ได้เลย จับมือแม่แล้วร้องไห้ทุกครั้ง  เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปร่างกายคนเราจะทนได้นานแค่ไหน  โฮโฮ โฮโฮ
 

ต้องการคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเสริมดูแลสุขภาพ ของแม่ให้คุณส่ง อีเมล์มาที่ e_mo2536@hotmail.com จะแนะนำให้จนคุณเข้าใจ ผมเองไม่แน่นใจว่าคุณได้รับคำแนะนำแล้วหรือยัง  แจ้งหัวข้อเรื่องว่า ขอคำแนะนำเกี่ยวกับอาหารเสริมดูแลสูขภาพของแม่ จากคุณ พัชรฏา  ยินดีต้อนรับสู่อีเมล์ เสมอครับ โปรดทราบ โปรดทราบ
โฮโฮ  กระซิบ มีเรื่องเศร้าอยากเล่าให้ฟัง ครอบครัวของเรายากจน แม่ต้องทำงานหนัก ขายไก่ย่าง มานานหลายปี ปัจจุบันแม่อายุ 64 ปีแล้ว ทำงานไม่ไหวเพราะติดเชื้อวัณโรค เนื่องจากปอดพังจากการสูดควันจากการย่างไก่ทุกวัน
แม่ได้รับยาสำหรับการรักษาโรควัณโรคมาทานเป็นเวลา 2 เดือนแล้ว แต่ผลข้างเคียงของยา คือทนข้าวไม่ได้ คลื่นไส้อาเจียน ถ่มน้ำลายตลอดเวลา หนักลดลงมากๆ ผ่านไปแค่ 2 เดือนสภาพของแม่ ผิวดำกร้าน หนังหุ้มกระดูก เพราะกินข้าวไม่ได้
สงสารแม่มากๆ แต่ถ้าจะหยุดกินยาก็ไม่ได้เพราะจะทำให้ดื้อยา..............
มาถึงตรงนี้อยากรบกวนเพื่อนๆ แนะนำอาหารเสริม ที่ไม่แพง(เรายากจน) เพราะแม่ทานข้าวไม่ได้เลย จับมือแม่แล้วร้องไห้ทุกครั้ง  เพราะถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปร่างกายคนเราจะทนได้นานแค่ไหน  โฮโฮ โฮโฮ
[/color]
บันทึกการเข้า
เล่น
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 12, 2010, 01:28:32 pm »

เปนเหมือนกันเพิ่งทานยาได้3วันเองเครียดมา ลูกเพิ่งได้6เดือนไม่ได้อุ่มเลยมองหน้ากันแล้วเราจะร้องไห้ก่วาจะหายคงลืมกัน
บันทึกการเข้า
anna
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 02:57:05 am »

"อยากเป็นกำลังใจให้"ไม่เป็นไรนะกินยาอย่างต่อเนื่องนะรักษาตัวให้หายรักษาใจให้ดีนะ
บันทึกการเข้า
anna
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 13, 2010, 03:57:49 am »

      เส้น4;ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ..รักษาตัวให้หายไวๆนะคะ  ห่วงใยไม่เจือสี..จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันค่ะ  เส้น6
บันทึกการเข้า
เบว
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #12 เมื่อ: เมษายน 25, 2010, 05:04:46 am »

ผมกลัวจังคับ ตอนนี้ผม19 ปี แผมไอทุกวันเลย  แน่นหน้าอกด้วยคับ อยากหายจังคับ โฮโฮ โฮโฮ โฮโฮ ตอนนี้ผมเครียดมากเลยละคับ
บันทึกการเข้า
l2im
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2010, 07:57:18 pm »

ผมก็เป็นครับไอแห้งๆทุกเช้าและหลังอาหารเลยน้ำหนักก็ลด แต่ก่อนวิ่งตากฝนยังไม่ก็ไม่เป้นไรเดียวนี้โดนฝนนิดเดียวไม่สบายเลยครับ และแต่ก่อนผมก็ใช่มาเสพติด ดูดบุหรีด้วยครับเบียร์ก็กิน นอนดึกด้วยครับ ถ้าไม่ไปหาหมอจะซื้อยากินเองได้ไหมครับและควรซื้อยาอะไร หรือว่าควรไปหาเลยครับ ขอขอบคุณ
บันทึกการเข้า
จินต์
บุคคลทั่วไป


อีเมล์
« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 08:53:25 pm »

วันนี้ผมได้รับแจ้งจากโรงพยาบาล ว่าคุณเป็น วัณโรคเก่าที่หายแล้ว แงแง แต่ผมไม่เคยรู้ แสดงว่าผมเป็นในระยะเริ่มแรกใช่ไหมครับ
ไม่เคยแสดงอาการให้รู้เลยครับ อย่างนี้ต้องไปพบแพทย์ด่วยเลยใช่ไหมครับ  
ถามผู้รู้ช่วยตอบที่ครับ อ้าวงงเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2007, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF
www.incomen.com | นานาสาระ incomen.com
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!